5 ร้านรอบ ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Lake)

5 ร้านรอบ Lake (ทะเลสาบ) คาวากูจิโกะ

คนไทยส่วนใหญ่จะคุ้นเมืองนี้ในชื่อ คาวากูจิโกะ มากกว่า
แต่ในแผ่นพับที่ Information ตรงสถานีขึ้นรถกลับโตเกียว
เวอร์ชั่นภาษาไทยเขาใช้คำว่า เมืองฟูจิคะวะงุจิโกะ ค่ะ
ส่วนถ้าเป็นภาษาอังกฤษจะเขียนว่า Kawaguchiko



1. Gusto
เปิด โมงเช้าถึงตี 2



ร้านนี้เป็นแนวคาเฟ่สำหรับครอบครัวที่มีสาขาอยู่ทั่วไปในญี่ปุ่น
รสชาติได้มาตรฐาน ข้อดีคือเปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้าและปิดดึกมาก
เพราะคะวะงุจิโกะเป็นเมืองเล็กๆ เงียบๆ ส่วนใหญ่ร้านอาหารจะเปิดสาย
ที่พักดีๆ หน่อยคงมีอาหารเช้าให้ แต่เราไปแบบแบกเป้ พักโฮสเทลราคาถูก
ถ้าไม่ซื้ออาหารตุนไว้ตั้งแต่กลางคืนก็มี Gusto นี่แหละค่ะที่เป็นที่พึ่งได้
เราเลยกินที่นี่ 2 วันเลย วันแรกเป็นเซ็ตอาหารกลางวัน อีกวันเป็นเซ็ตอาหารเช้า
ร้านนี้ต้องตักซุปและเครื่องดื่มเอง มี VAT อีกเล็กน้อย



ชีสเบอร์เกอร์ 499 เยน

จานนี้เข้มข้นดี ชีสไหลทะลักเต็มปากเต็มคำ
เสิร์ฟบนกระทะร้อนจี๋ เครื่องเคียงเป็นมันทอดก็อร่อยใช้ได้
ราดน้ำเกรวี่สักหน่อยเด็ดเลยค่ะ ชอบตรงที่ไม่เค็มจนเกินไป
เพราะตอนอยู่โตเกียว 5 วันแรกเจอแต่ร้านเค็มๆ มาเยอะมาก
พอดีเราติดกินเผ็ดเลยเหยาะซอสทาบาสโก้ลงไปนิดนึง
ใครไม่ชอบอะไรมันๆ เลี่ยนๆ สั่งแบบไม่มีชีสก็ได้นะคะ



ชุดอาหารเช้า 499 เยน (รวม VAT เป็น 538 เยน)

อิ่มแปล้เลยค่ะมื้อนี้ กาแฟต้องชงเองนะ เราเติมไปสองรอบ
กาแฟรอบนึง โกโก้รอบนึง ซุปเป็นแบบเดียวกับเซ็ตอาหารกลางวัน
ทีเด็ดของจานนี้คือผักสดมาก 



2. Happy Day Café
เปิด 10.00 – 18.00 น.

ทำเลร้านนี้อยู่ริมทะเลสาบเลยค่ะ มีทั้งโต๊ะในร้านและกลางแจ้ง
ถ้าใครพักที่ K’s House Mt.Fuji โฮสเทลราคาถูกยอดฮิตจะใกล้มาก
สามารถเดินถึงได้แบบสบายๆ



เครปกล้วยหอม + ซอฟท์ครีม 540 เยน

ของหวานรสชาติกลางๆ ค่ะไม่โดดเด่นมาก
จริงๆ ร้านเน้นขายอาหารคาวเป็นหลัก
เท่าที่แอบดูของโต๊ะอื่นก็ดูน่ากินดี แต่เราอิ่มมาก่อนแล้ว



3. ร้านตายาย ลายมังกรแดง
เปิด 11.30 – 15.00 น. , 17.00 – 22.00 น.



ร้านแห่งความทรงจำของเราเลยค่ะ พิกัดอยู่ริมทะเลสาบ
แถวโซนที่พักและจุดท่องเที่ยว ใกล้ๆ ร้านเช่าจักรยาน
เราผ่านร้านนี้ตอนที่ขี่จักรยานหลงทาง แล้วฟ้าเริ่มมืด
ใจเสียสุดๆ หนาวจนมือแข็งแทบจับแฮนด์จักรยานไว้ไม่อยู่
ไม่ไหวแล้วแวะซดอะไรร้อนๆ ก่อนละกัน
ที่นี่เป็นร้านอาหารจีนค่ะ เมนูมีหลากหลาย



แต่ส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษมีแค่นี้
หน้าร้านมีสติ๊กเกอร์ของ Tripadvisor ด้วย



บะหมี่ 700 เยน

อร่อยมาก เส้นบะหมี่ไข่แบบจีนเหนียวนุ่มดี
น้ำซุปเป็นซุปเกลือรสชาติอ่อนๆ ซดคล่องคอ
หมูสองชิ้นใหญ่ เนื้อนุ่ม หอมกลิ่นซีอิ๊วที่ใช้หมัก
เป็นบะหมี่ร้านแรกที่ซดน้ำจนหยดสุดท้าย



4. Lake Side
ร้านนี้อยู่ชั้น 2 ด้านล่างเป็นร้านขายของที่ระลึก
นั่งกินไปก็มองวิวทะเลสาบไปได้อย่างเพลิดเพลินค่ะ
มีเมนูภาษาอังกฤษพร้อม ร้านหาไม่ยาก
อยู่แถวโซนที่คึกคักที่สุดของริมทะเลสาบเลย



โฮโต 1,200 เยน

โฮโต (Houtou) เป็นอาหารท้องถิ่นของแถบนี้ค่ะ
ลักษณะเป็นแป้งเส้นแบนหนา เหนียวนุ่ม มีขายหลายร้านเลย
ที่สถานีรถบัสก็มีให้ชิม แต่ที่เราเลือกร้านนี้เพราะเป็นหม้อไฟค่ะ
เขาจะตั้งซุปมิโสะ (ซุปเต้าเจี้ยว) มาบนหม้อไฟ ใส่ผัก เส้น เนื้อไก่มาให้
ผักเด่นๆ ที่ขาดไม่ได้เลยคือฟักทอง แล้วรอให้เดือด 8 นาที
คนชอบกินผักน่าจะชอบโฮโตนะคะ ทีแรกรู้สึกว่าเยอะไปกินไม่หมดชัวร์
แต่กินไปกินมาซัดจนเกลี้ยงหม้อซดน้ำซุปไม่เหลือสักหยด
ร้านนี้ราคาค่อนข้างสูงกว่าร้านอื่น ถ้าไม่อยากลองหม้อไฟ กินร้านอื่นก็ได้ค่ะ

เราซื้อแบบกึ่งสำเร็จรูปจากร้านแถวนั้นกลับบ้านมาด้วย ห่อละ 300 เยน
ทำได้ 2 ชาม มีเส้นกับซอสทำซุปมิโสะมาให้ ยังไม่ได้ลองทำเลยว่าอร่อยไหม



5. Cheese Cake Garden
ร้านนี้อยู่ระหว่างจุดขึ้นเรือชมวิวกับจุดขึ้นกระเช้าค่ะ
เน้นขายแบบซื้อกลับบ้าน แต่ที่มุมหนึ่งของร้านมีโต๊ะละ 4 ที่นั่ง 2 โต๊ะค่ะ
เราขี่จักรยานผ่าน แวะไปดู 2-3 รอบโต๊ะเต็มตลอด เลยซื้อกลับมากินที่โฮสเทล
หน้าตาเค้กเลยเยินๆ นิดนึงนะคะ เพราะใส่ไว้หน้าตะกร้ารถ
ปกติเราชอบชีสเค้กเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนอยู่โตเกียวชิมมา 3 ร้าน
แถวกินซ่า ชิโมคิตะซาวะ และไดคังยามะ ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ค่ะ
คงเลือกร้านไม่ดีเองด้วย บางร้านเนื้อหยาบ บางร้านหวานจัด
แต่ร้านนี้โดนใจมากค่ะ มีซอฟท์ชีสเค้กที่เล็งไว้ เป็นแบบฟูๆ เนื้อชิฟฟ่อน
กลับมาอีกทีบ่ายๆ ขายหมดไปแล้วเลยอดชิม ได้ชิมแค่ 2 เมนู




ชีสเค้ก 400 เยน

อร่อยพีคค่ะ มีฐานบางๆ เป็นแป้งกรุบๆ
ชั้นถัดมาเป็นชีสเค้กเนื้อหนัก รสชาตินมเนยเข้มข้น
ที่ถูกใจคือเนื้อเนียนมากค่ะ กินแล้วไม่สากลิ้น
ชั้นบนสุดเซอร์ไพรส์มาก ทีแรกคิดว่าเป็นครีมหวานๆ
หรือออกแนวไวท์ช็อก แต่มันเป็นครีมชีสเนื้อเบาๆ หอมมัน
โรยหน้าด้วยผงชีสออกเค็มนิดๆ ช่วยตัดรสชาติได้เป็นอย่างดี



ชีสทาร์ต 210 เยน

อันนี้ซื้อกลับมากินเป็นของว่างมื้อเช้าของวันถัดมา
รสชาติดีเช่นเดียวกัน ไม่เลี่ยนและหวานกำลังดีค่ะ
เป็นร้านที่ปักหมุดไว้เลยว่าถ้ามีโอกาสจะกลับไปอีกแน่นอน




รวมๆ เรารู้สึกว่าอาหารที่คะวะงุจิโกะถูกปากกว่าเรามากกว่าที่โตเกียวนะคะ เพราะเราเป็นคนไม่กินเค็มมาก อาหารที่นี่ส่วนใหญ่จะรสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง แต่ไม่เค็มเกิน ไม่มันจนเลี่ยน ให้ผักเยอะสะใจด้วย เหมาะกับคนรักสุขภาพ ส่วนของหวานก็ไม่หวานจัดจนเกินไป




แนะนำร้านให้รู้จักกันคร่าวๆ พอเป็นไอเดีย เผื่อใครอยากแวะไปดูภูเขาฟูจิที่คะวะงุจิโกะนะคะ  ไม่จำเป็นต้องกินตามรอยก็ได้ เที่ยวสบายๆ ผ่านร้านไหนก็แวะเลยดีกว่า เราชอบเมืองนี้มากขี่จักรยานเที่ยวคนเดียวสองวันชิลล์สุดๆ ไปตอนต้นเดือนเมษาซากุระเห็นเป็นตุ่มๆ ยังไม่บานค่ะ ที่นี่จะบานช้ากว่าโตเกียวประมาณ 2-3 อาทิตย์ อยากกลับมาที่นี่ตอนซากุระบานมาก อาหารอร่อย อากาศดี ร้านน่ารักๆ แต่งแนวลิตเติ้ลยุโรปก็เยอะ ส่วนที่เป็นบ้านญี่ปุ่นให้อารมณ์เหมือนที่เคยอ่านเจอในการ์ตูนโดราเอมอน มารุโกะเลย อยู่ 2 วันกินกับขี่จักรยานแค่นี้ก็ฟินแล้ว

สุธาสินี เลิศวัชระสารกุล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Instagram