แบกเป้บุกเดี่ยวอินโด ตอนที่ 11 : ชิลล์ๆ ชิคๆ ที่บาหลี ลุยเดนปาซาร์ เมืองหลวงของเกาะ

อีกครั้งแล้วสินะ...ที่ฉันต้องโยกย้าย

หลังจากดื่มด่ำกับกลิ่นเหม็นๆ ของกำมะถันที่อีเจี้ยนจนหนำใจ ฉันก็กึ่งเดินกึ่งลื่นลงจากเขามาถึงลานจอดรถตอนเจ็ดโมงเช้า และรถตู้ก็พาพวกเราชาวคณะมาส่งที่ท่าเรือเคตาปัง (Ketapang) เพื่อนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามจากเกาะชวาไปบาหลี ครอบครัวอินโดนีเซียและลุงชาวออสซี่ซื้อแพ็กเกจทัวร์ไว้ มีรถบัสติดแอร์มารอรับอยู่แล้ว โดยรถบัสคันนี้จะลงเรือเฟอร์รี่และไปส่งที่เดนปาซาร์ (Denpasar) เมืองหลวงของเกาะบาหลี แต่คนที่ไม่ได้ซื้อทัวร์ก็สามารถใช้บริการรถบัสได้เหมือนกัน ราคา 90,000 Rp. (234 บาท)

บรรยากาศบนเรือข้ามเกาะ

ฉันฟังราคาแล้วก็รู้สึกว่าแพงไปหน่อย เพราะลองเดินไปถามตรงช่องขายตั๋วพบว่า จริงๆ ค่าเรือเฟอร์รี่อย่างเดียวมันแค่ 7,500 Rp. (20 บาท) เอง นั่งเรือข้ามเกาะไปลงที่ กิลิมานุก (Gilimanuk) ก่อนแล้วค่อยไปมั่วๆ หารถเข้าเมืองเอาดาบหน้าละกัน มั่นใจว่าต้องหาได้ถูกกว่านี้แน่นอน (ไปเอาความมั่นใจผิดๆ แบบนี้มาจากไหน) ฉันจึงตัดสินใจทิ้งทุกคนที่กำลังนั่งรอรถบัสแล้วเดินไปขึ้นเรือเฟอร์รี่คนเดียว ภาพในหัวคิดว่าเกาะบาหลีมันคงอารมณ์ประมาณเกาะล้านมั้ง พอลงจากเรือปุ๊บก็เจอ 7-11 คงมีร้านอาหาร มีรถเข้าเมืองมาจอดรอรับ หรือคงมีที่พักราคาถูกอยู่ใกล้ๆ แต่เพื่อความชัวร์ลองถามคนบนเรือไว้หน่อยก็ดีว่าจะเข้าเมืองได้ยังไง 

ทะเลบาหลีสีเข้มจัดเหมือนสีทาหลังคาบ้าน

ชวนคุยไป 4-5 คน ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้เลย ทั้งเรือมีแต่คนท้องถิ่นไม่มีนักท่องเที่ยวแม้แต่คนเดียว เค้ารางแห่งความซวยเริ่มปรากฏอีกแล้ว สุดท้ายมีพี่อิเหนาอ้วนๆ สักเต็มตัวใส่เสื้อกั๊กหนัง พาเราลงไปหาชายแก่ร่างเล็กคนหนึ่งที่ชั้นล่างของเรือ คนนี้พอจะสื่อสารรู้เรื่อง พอเรือจอดเขาก็พาเราเดินไปส่งที่จุดขึ้นรถบัส และกำชับว่าให้จ่ายแค่ 50,000 Rp. (130 บาท) เท่านั้นอย่าจ่ายมากกว่านี้

ไข่ต้มมื้อเช้าที่ลืมกินแตกใส่กระเป๋า ...เหม็นคลุ้ง

ที่ท่ารถมีรถอยู่ 3 สาย มีป้ายระบุชัดเจนว่าคันไหนไปที่ไหนบ้าง

จุดจอดรถบัสเข้าเมืองอยู่ไกลพอสมควร ถ้ามาเองคงไม่มีทางเดินหาเจอแน่นอน และพอมาถึงก็พบว่ามีฝรั่งหน้าสวย ผมสั้นกุด หุ่นดีประดุจนางแบบวิคตอเรียซีเคร็ท แต่งตัวเซอร์ๆ แบกเป้ใบโต กำลังเดินลงจากรถบัสไซส์เล็ก สภาพเก่าๆ โทรมๆ ไม่มีแอร์คันที่เรากำลังจะขึ้น และตะโกนด่าคนขับรถที่ยืนอยู่ตรงนั้นเสียงดังลั่น “ฟัคคคคคคคคค!” แล้วก็พูดภาษาอังกฤษอะไรไม่รู้ประโยคยาวๆ จากนั้นชีก็สะบัดก้นฉุนเฉียวไปทางอื่นเลย แล้วพวกคนขับกับกระเป๋ารถที่อยู่ตรงนั้น 4-5 คนก็หัวเราะไล่หลังกันใหญ่ คุณลุงที่พามาส่งชี้บอกฉันว่าขึ้นไปรอบนรถคันนั้นแหละ คันที่เจ๊ฝรั่งเพิ่งเดินฉุนเฉียวลงไปหมาดๆ

นี่มันอะไรกัน...กูจะรอดใช่มะ?

ชักอยากย้อนเวลากลับไปเพิ่มเงินอีก 100 บาท แล้วขึ้นรถแอร์แสนสบายพร้อมคนอื่น แต่ไม่ทันละไง มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องลองดู ฉันขึ้นไปนั่งรอไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกไปช้าๆ โดยที่ไม่รู้ชะตากรรมเลยว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง ไอ้เราก็เป็นชะนีไทยเสร่อๆ วันๆ ไม่ค่อยได้ไปไหนเกิน 7-11 หน้าปากซอย อย่างที่บอกทีแรกคิดว่าเกาะบาหลี คงขนาดกระทัดรัดเหมือนเกาะช้าง เกาะล้าน เกาะเสม็ด เกาะสมุยมั้ง ข้ามเรือมาสวยๆ นั่งรถต่อสัก 10-15 นาทีก็ถึงตัวเมือง หรืออย่างมากก็ 30 นาที  เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเกาะบาหลีมีพื้นที่ 5,634 ตารางกิโลเมตรค่ะ เกาะภูเก็ตที่ใหญ่สุดในประเทศไทย ก็ยังเล็กกว่าบาหลีสิบเท่า ...ฉิบหายละไง

รถบัสเล็กๆ เก่าๆ สูบบุหรี่บนรถได้

จากท่าเรือกิลิมานุกไปถึงท่ารถเดนปาซาร์ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร ...ใช้เวลาสี่ชั่วโมงครึ่ง! เพราะเขาขับช้ามาก จอดรับคนโคตรถี่ และสูบบุหรี่บนรถด้วย บางทีก็จอดตามป้าย บางทีจอดหน้าบ้านคนแล้วลงไปเรียก หรือบางทีจอดแช่รอหลายนาทีก็มี เรานั่งแบบปลงตกมาก สภาพย่ำแย่สุดๆ เพราะตื่นตั้งแต่ตีหนึ่ง กินขนมปังทาเนยไปหนึ่งคู่ นมหนึ่งกล่อง ขนมนิดหน่อย ปีนขึ้นๆ ลงๆ เขาตั้งแต่ตีสองถึงเจ็ดโมงเช้า หิว เมื่อย เหนียวตัว และยังไม่ได้จองที่พักสำหรับคืนแรกในบาหลีไว้เลย 

ภาพยืนยันว่าสภาพย่ำแย่จริงๆ

จนในที่สุดก็มาถึงท่ารถเมืองเดนปาซาร์ประมาณบ่ายสอง เท้ายังไม่ทันแตะพื้นก็มีชายฉกรรจ์เกือบสิบคนกรูเข้ามาใส่ "กูต้า!" "อูบุด!" "โฮเต็ล" กรูกันเข้ามาไม่เท่าไหร่ กระชากกระเป๋าด้วย! ไม่ได้จะขโมยนะแต่เขาจะให้เราไปขึ้นรถเขา ไม่ขึ้นโว้ยยยย กลัว! ยังดีที่กระชากกลับทัน ฉันเลยรีบออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดแบบไร้จุดหมายปลายทาง


นี่หรือบาหลีที่ฉันใฝ่ฝัน...

สุธาสินี เลิศวัชระสารกุล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Instagram